ประวัติศาสตร์ของอเมริกา

   พื้นที่ของสหรัฐอเมริกาช่วงยุคแรกราวๆ 15,000 ปีก่อนนั้นย้ายมาตั้งถิ่นฐานจากเขตไซบีเรีย โดยข้ามมาจากฝั่งทะเลแบริง และมีการค้นพบวัฒนธรรมเก่าแก่ เช่น วัฒนรรมมิสซิสซิปปีก่อนโคลัมบัส มีวัฒนธรรม กสิกรรมที่ก้าวหน้ามากมาย จนกระทั่งมีการค้นพบว่าชนพื้นเมืองต่างๆนั้นประสบกับโรคหัดและฝีดาษ รุนแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ต่อมายุโรปได้เข้ามายึดอาณานิคมของชาวพื้นเมืองนั้น ในช่วงแรกๆที่ชาวยุโรปมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างหนักรวมถึงโรคระบาดต่างๆ อีกทั้งยังเกิดสงครามระหว่างยุโรปและชนพื้นเมืองอเมริกา ซึ่งในอเมริกามีชนพื้นเมืองหลากหลายชนเผ่าซึ่งในแต่ละเผ่ามีการแลกเปลี่ยนพวกอาหาร อาวุธ เครื่องนุ่งห่ม และการปลูกพืชไร่พวกข้าวโพด จนต่อมาราวปี 1492 สเปนได้ส่งคริสต์โตเฟอร์ โคลัมบัส ล่องเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายังดินแดนอเมริกา หรือ โลกใหม่ หลังจากนั้นก็มีนักสำรวจมากมายเดินทางเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ และเริ่มอพยพผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานตามที่ต่างๆของอเมริกา ในยุคแรกๆผู้อพยพที่ตั้งถิ่นฐานนั้นทำการเกษตรรายย่อย พวกพืชเศรษฐกิจเช่น ยาสูบ ข้าวเจ้า ข้าวสาลี และมีการเริ่มทำอุตสาหกรรมหนังสัตว์ การประมงและทำไม้ ทำให้เริ่มมีเศรษฐกิจที่เริ่มเติบโตและดีขึ้นในระดับหนึ่ง ต่อมาได้เริ่มผลิตเหล้ารัม และการผลิตอุปสงค์เหล็ก ทำให้เริ่มมีเมืองต่างๆก่อขึ้นมามากมาย ในขณะนั้นเริ่มมีการขนทาสเข้ามาในประเทศและทำเศรษฐกิจเพาะปลูกพืชซึ่งเริ่มต้นในช่วงปี 1500-1600 และเริ่มมีการขนส่งสินค้าต่างๆ และขยายตัวเมืองซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า อเมริกา เป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  

ความเป็นมาของประเทศอเมริกา

   ประเทศอเมริกา หรือ สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนทวีปอเมริกาเหนือเป็นประเทศที่ปกครองโดยสหพันธ์สาธารณรัฐแบบมีรัฐธรรมนูญ มีจำนวนทั้งสิ้น 50 รัฐในประเทศ อเมริกามีเนื้อที่ประมาณ 9.8 ล้านตารางกิโลเมตรมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก อีกทั้งยังมีสภาพอากาศและภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่  ดินแดนของสหรัฐกระจายอยู่ตามมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลแคริบเบียน ครอบคลุมเขตเวลาเก้าเขต ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศและสัตว์ป่าของประเทศหลากหลายมาก ดินแดนของอเมริกา ถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักเดินทางที่ชื่อว่า คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส โดยเขาได้เดินทางข้ามมหาสมุทรเพื่อสำรวจพื้นที่ของโลกซึ่งในขนาดนั้นมีความเชื่อว่าโลกมีลักษณะที่แบน และเมื่อเดินทางไปถึงสุดขอบมหาสมุทรจะพบกับน้ำตกขนาดยักษ์ที่กลืนกินเรือและผู้คน แต่ความจริงของคริสโตเฟอร์ ทำให้ความเชื่อนั้นเลือนหายไป คริสโตเฟอร์ เชื่อว่าโลกมีลักษณะที่กลม และการค้นพบแผ่นดินใหม่นี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญของมนุษย์พื้นที่ในอเมริกาเหนือนั้นในช่วง 15,000 ปีก่อน ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมืองที่อพยพมาจากยูเรเซีย และตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ นอกจากนี้ยังมีชาวอินเดียนตะวันตกตามชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทราย สหรัฐอเมริกาเกิดข้อพิพาทหลายอย่างในช่วงปี 1775 ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างบริเตนใหญ่และอาณานิคม นำไปสู่สงครามที่กินเวลานานถึง 7 ปี สงครามยุติลงในปี 1783 โดยบริเตนใหญ่ประกาศอิสรภาพต่อจักรวรรดิอาณานิคมยุโรป ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 สหรัฐเริ่มขยายดินแดนมากขึ้นและขับไล่ชาวพื้นเมืองและซื้อดินแดนใหม่ ขยายเป็นรัฐต่างๆ ในปี 1848 และในครึ่งศตวรรษที่ 19 เกิดสงครามกลางเมืองนำไปสู่การยุติความเป็นทาสตามกฏหมายในประเทศ