สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมของอเมริกา

  ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างประมาณ 9.8 ล้านตารางกิโลเมตร มีขนาดระหว่างอันดับที่ 3 และอันดับที่ 4 ของโลก มีรัฐแอลาสกาอยู่ทางตอนเหนือเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดและมีหมู่เกาะฮาวายเป็นหมู่เกาะที่สวยงามที่สุด ประเทศสหรัฐอเมริกามีภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภาคของประเทศ เช่น ที่ราบชายฝั่งทะเลแอตแลนติกให้ทางลึกเข้าไปในแผ่นดินเป็นป่าผลัดใบและรอยคลื่นพีดมอนต์ ทางภาคกลางของประเทศประกอบด้วย แม่น้ำมิซิซิปปี้ – มิสซูรี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 4 ของโลกไหลผ่านภาคกลางของประเทศ รวมถึงประกอบด้วยพื้นที่ราบของทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทางตะวันตกประกอบด้วยเทือกเขาร็อคกี้ และทะเลทราย รวมถึงผาหินจำนวนมาก พื้นที่ของสหรัฐอเมริกานั้นมีภูมิศาสตร์และสภาพอากาศที่แตกต่างกันและมีความหลากหลายมากที่สุดของโลก ทางตะวันตกจะเป็นแนวเทือกเขาร็อคกี้ มีความสูงกว่า 4,300 เมตร ริมชายฝั่งตะวันตกประกอบด้วยเขตทะเลทรายแบบหินมีต้นไม้เขตร้อนขึ้นและมีแผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อน รวมถึงภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีภูเขาไฟและเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเยลโล่ว์สโตน ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในรัฐของภาคกลางของสหรัฐหรือรัฐที่ติดกับอ่าวแม็กซิโก มักจะประสบเหตุกับสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น เฮอริเคน และทอร์นาโด ซึ่งส่วนมากทอร์นาโดจะเกิดที่สหรัฐมากที่สุดในโลก รวมถึงส่วนที่ติดริมฝั่งแม่น้ำมิซิซิปปี้มักจะประสบกับน้ำท่วมรุนแรงเนื่องจากส่วนภาคกลางเป็นพื้นที่ต่ำ และในส่วนตะวันออกก็จะประสบเหตุกับสภาวะอากาศหนาวเย็นรุนแรง รวมถึงพายุเฮอริเคนในรัฐฟอร์ลิดา

สงครามโลกครั้งที่ 1 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

   ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งประเทศในโลกที่เป็นมหาอำนาจมากที่สุดประเทศหนึ่ง มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจระดับโลกและสงครามที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคแรกๆ อเมริกามีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามโลกถึง 2 ครั้ง คือ สงครามโลกครั้งที่ 1 และ สงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่รวมสงครามอื่นๆมากมายที่ร่วมกับนานาประเทศอื่นๆ ในช่วงปี 1914 ถึง 1917 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้นระหว่างฝ่ายเยอรมัน นำโดยผู้ต่อต้านคนสำคัญ อดอฟย์ ฮิตเลอร์ สำหรับสหรัฐเองได้เข้าร่วมสงครามกับฝ่ายอังกฤษ ในฐานะเป็น ชาติสมทบ และเข้าร่วมเป็นฝ่ายสัมพันธ์มิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ ในช่วงระหว่างสงครามสหรัฐเผชิญกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การผลิตต่างๆ ที่ต้องเดินทางโดยใช้เรือ ซึ่งการขนส่งก็ไปไม่ถึงเนื่องจากถูกโจมตี ทำให้ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐตกต่ำมาก ประชาชนส่วนใหญ่ตกงานมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ภาวะเศรษฐกิจนี้เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทตก ในปี 1929 อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปซึ่งประสบความเสียหายจากภัยพิบัติของสงครามบูรณะฟื้นฟูประเทศ และระบอบเศรษฐกิจให้กลับเข้าสู่ปกติได้อย่างรวดเร็วหลังแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 1932 ซึ่งเขาได้เสนอข้อตกลงใหม่ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจของตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทตก แต่ก็เป็นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในระยะเวลาสั้นๆ […]